สัญญาอัจฉริยะและสัญญาปกติต่างกันอย่างไร?

สัญญาอัจฉริยะและสัญญาปกติต่างกันอย่างไร?

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Smart Contract และ Traditional Contract



Smart Contract หรือ สัญญาอัจฉริยะ คือหนึ่งส่วนสำคัญที่ถูกกล่าวถึงมากขึ้นทุกวันนี้ จากความสำเร็จของเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยเฉพาะ Ethereum ทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลางอีกต่อไป ในขณะที่ Traditional Contract หรือ “ัญญาแบบดั้งเดิ” คือการทำสัญญากู้ยืมกับธนาคาร หรือการทำเอกสารต่าง ๆ 



ทั้ง 2 อย่างนี้มีความน่าสนใจ และแตกต่างกันอย่างไร วันนี้ Bitkub Academy จะมาไขข้อสงสัยให้กับทุกคน ไปดูกันเลย!





Smart Contract



หนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าสนใจของบล็อกเชนนอกจากคริปโทเคอร์เรนซีก็คือ “สัญญาอัจฉริยะ” (Smart Contract) นั่นเอง ตัวอย่างเก่าแก่ที่เห็นได้ชัดของระบบนี้คือ “ตู้กดน้ำดื่มอัตโนมัติ” ที่มีหลักการทำงานคือ เมื่อทำตามเงื่อนไขครบตามที่กำหนด ตู้กดน้ำก็จะดำเนินการให้โดยอัตโนมัติ



สัญญาอัจฉริยะ คือแนวคิดของ Nick Szabo ที่มีใจความว่า เราสามารถประสานการเขียนชุดคำสั่งทางคอมพิวเตอร์เข้ากับบล็อกเชนได้ ทำให้ชุดคำสั่งไม่สามารถถูกแก้ไขได้ และทุกคนสามารถตรวจสอบชุดคำสั่งได้ ส่งผลให้มีความโปร่งใสสูงนั่นเอง



Ethereum คือบล็อกเชนเครือข่ายแรกที่นำแนวคิดของ Smart Contract มาใช้ จึงสามารถกำหนดขั้นตอนการทำธุรกรรมอัตโนมัติไว้ล่วงหน้า โดยที่ไม่ต้องอาศัยตัวกลางดำเนินการ ส่งผลให้มีความปลอดภัยในการทำธุรกรรมสูง และทุกคนยังสามารถตรวจสอบเงื่อนไขของ Smart contract ได้ จึงมีความโปร่งใส



ขณะที่ Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ได้นิยามสัญญาอัจฉริยะว่าเป็น “กลไกที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไป โดยบุคคลเหล่านั้นจะโอนสินทรัพย์เข้าไปในสัญญา และทรัพย์สินจะถูกแจกจ่ายโดยอัตโนมัติตามเงื่อนไขของสัญญา”





Traditional contract



สัญญาแบบดั้งเดิมที่ทำงานบนระบบรวมอำนาจ (Centralization) การทำสัญญาหรือดำเนินการใด ๆ ต้องผ่านตัวกลาง หรือมีตัวกลางควบคุม ไม่ว่าจะเป็น ธนาคาร บริษัท หรือสถาบันทางการเงิน



ปัญหาที่เกิดขึ้นคือความล่าช้า เนื่องจากต้องมีการเตรียมเอกสาร หรือในบางกรณี การทำสัญญาต้องได้รับการรับรองจากบุคคลหลายตำแหน่งในองค์กร ส่งผลให้เอกสารอาจเสียหายหรือสูญหายได้ง่าย และยังมีความเสี่ยงที่เอกสารจะถูกปลอมแปลงหรือแก้ไข จึงต้องมีกฎหมายเข้ามาควบคุม รวมถึงค่าธรรมเนียมที่ต้องเสียให้กับตัวกลางเอีกด้วย

สรุป



จากที่กล่าวมา สามารถเห็นได้ทันทีว่า สัญญาอัจฉริยะ และ สัญญาดั้งเดิม มีความแตกต่างอย่างชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนการร่างสัญญา โดยสัญญาดั้งเดิมต้องมีตัวกลางเข้ามาควบคุมการเจรจา และมีการลงนามในเอกสารสัญญา



ขณะที่สัญญาอัจฉริยะสามารถเริ่มร่างสัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง จึงมีความสะดวกรวดเร็วในการทำธุรกรรม สัญญาไม่สามารถแก้ไขได้โดยง่าย และทุกคนสามารถตรวจสอบเนื้อหาของสัญญาได้อย่างโปร่งใส ค่าธรรมเนียมในการดำเนินการก็มักจะถูกกว่า 



อย่างไรก็ตาม แม้สัญญาอัจฉริยะดูมีข้อดีที่เหนือชั้นมากมาย แต่ก็อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ เช่น กรณีที่ทำธุรกรรมผิดพลาดเนื่องจากไม่ตรวจสอบเนื้อหาของสัญญาให้ดี ผู้เสียหายมักจะไม่สามารถเรียกร้องหรือขอความช่วยเหลือใครได้ เนื่องจากเป็นเครือข่ายไม่มีคนกลาง แต่ถ้าเป็นระบบดั้งเดิม ผู้ใช้สามารถแจ้งเรื่องกับคนกลางได้ทันที จึงยังต้องจับตากันต่อไปว่า Smart Contract จะพัฒนาไปในรูปแบบใดในอนาคตอันใกล้นี้





อ้างอิง:



Siamblockchain  Etda Devteam Leasepilot Bitkub

Blockchain

บทความล่าสุด
ดูเนื้อหา บทความล่าสุด
logo

2525 อาคารเอฟวายไอ เซ็นเตอร์ ตึก 2 ชั้น 11 ยูนิต 2/1101-2/1107 ถนนพระรามที่4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

02-032-9533

บริษัท

เกี่ยวกับเรา

ข้อตกลงและเงื่อนไข

นโยบายด้านความปลอดภัย

ขอเนื้อหาเพิ่ม & ข้อเสนอแนะ

สแกนเพื่อดาวน์โหลด


© BITKUB LABS CO., LTD. ALL RIGHTS RESERVED