Bitcoin's Stock-to-Flow คืออะไร?

Bitcoin's Stock-to-Flow คืออะไร?

ถ้าพูดถึงเครื่องมือทำนายราคาบิตคอยน์ หลายคนน่าจะนึกถึงชื่อของ Plan B นักลงทุนสถาบันชาวดัตช์ที่มีความรู้ด้านกฎหมายและการเงินเชิงปริมาณ เจ้าของบัญชี @100trillionUSD บนทวิตเตอร์ที่มีผู้ติดตามกว่า 1.1 ล้านคน และเป็นผู้สร้างโมเดลทำนายราคาบิตคอยน์ชื่อดัง Bitcoin’s Stock-to-Flow (S2F) model เมื่อปี พ.ศ. 2562  

โดย Bitcoin’s Stock-to-Flow model คือ โมเดลแรกที่พยายามใช้อัตราส่วน Stock-to-Flow หรือค่าความหายากของบิตคอยน์ในการทำนายราคา โมเดลนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากที่ผ่านมาราคาของบิตคอยน์ค่อนข้างเป็นไปตามที่ทำนายไว้ 



เพื่อให้สามารถนำ Bitcoin’s Stock-to-Flow model ไปประยุกต์ใช้ในการลงทุนได้ เรามาทำความเข้าใจหลักการทำงานและข้อจำกัดของโมเดลนี้กันดีกว่า

อัตราส่วน Stock-to-Flow คืออะไร?



อัตราส่วน Stock-to-Flow หรือ Stock-to-Flow (SF, S/F, หรือ S2F) ratio คือ เครื่องมือวัดความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรหนึ่ง ๆ สามารถใช้บอกระดับความหายากของทรัพยากรนั้นได้ โดยทั่วไปมักจะใช้กับทรัพยากรทางธรรมชาติ เช่น ทองคำ เงิน และแร่เหล็กต่าง ๆ เราสามารถคำนวณความหายากของทรัพยากรได้จากการนำ Stock หารด้วย Flow โดยที่ Stock คือ ปริมาณทรัพยากรทั้งหมดที่หาได้ ณ จุดเวลาหนึ่ง ส่วน Flow คือ ปริมาณทรัพยากรที่สามารถผลิตหรือหาเพิ่มได้ต่อปี ค่า S2F ที่สูงจะสะท้อนความยากในการเพิ่มปริมาณทรัพยากร 



ยกตัวอย่างเช่น ทองคำ โดยทาง World Gold Council ได้ประเมินปริมาณทองคำทั้งหมดที่เคยถูกขุดขึ้นมาอยู่ที่ 197,000 ตัน ซึ่งจำนวนนี้เราจะเรียกว่า Stock และปริมาณทองคำที่สามารถขุดเพิ่มได้อยู่ที่ประมาณ 2,500 - 3,000 ตัน/ปี ในส่วนนี้เราจะเรียกว่า Flow เมื่อนำ Stock จำนวน 197,000 ตัน หารด้วย Flow จำนวน 2,500 ตัน จะได้อัตราส่วน S2F เป็น 78.8 หรือพูดอีกนัยคือ จากความสามารถในการขุดทอง ณ ปัจจุบัน จะต้องใช้เวลา 78.8 ปีในการขุดทองคำเพื่อให้ได้ปริมาณเท่ากับทั้งหมดที่เคยหามาได้ หรือ 197,000 ตัน





ความหายากสำคัญอย่างไร?



Saifedean Ammous ผู้เขียนหนังสือ Bitcoin Standard ได้พูดถึงความหายากในมุมของอัตราส่วน S2F ว่าบิตคอยน์และทองคำต่างจากสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น สังกะสี ทองแดง ฯลฯ ตรงที่พวกมันมีค่า S2F ที่สูง เห็นได้ชัดจากตัวอย่างของทองคำ ไม่ว่าความต้องการทองคำในตลาดจะเป็นอย่างไร ราคาจะถูกดันขึ้นไปสูงแค่ไหน เราก็ไม่สามารถเพิ่มปริมาณการผลิตทองได้มากกว่าเดิมนัก ทองคำจึงไม่ล้นตลาด และสามารถรักษามูลค่าได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน



ในส่วนของบิตคอยน์ ปัจจุบันบิตคอยน์มี Stock อยู่ที่ 18.8 ล้านเหรียญ และมี Flow อยู่ที่ประมาณ 300,000 เหรียญต่อปี ตัวเลขดังกล่าวคำนวณจากการที่บล็อกใหม่จะถูกสร้างทุก ๆ 10 นาทีโดยเฉลี่ย และการสร้าง 1 บล็อกจะผลิตบิตคอยน์ออกมา 6.25 เหรียญ (ข้อมูลเดือนสิงหาคม 2564) ทำให้มีค่า S2F อยู่ที่ 62.67 ซึ่งถือว่าสูงมาก ค่าความหายากเป็นรองแค่เพียงทองคำเท่านั้น 



มากไปกว่านั้น ค่าความหายากของบิตคอยน์มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากปริมาณทั้งหมดของบิตคอยน์มีจำกัดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ และทุก ๆ 4 ปี จำนวนเหรียญที่สร้างใหม่ต่อบล็อกจะมีจำนวนลดลงจากเดิมครึ่งหนึ่ง (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ halving) จนท้ายที่สุด ในปีพ.ศ. 2683 การสร้าง 1 บล็อกจะได้บิตคอยน์แค่เพียง 0.000000001 เหรียญเท่านั้น การ halving จึงเป็นอีกกลไกที่ช่วยให้จำนวนบิตคอยน์ไม่เฟ้อ และมีแนวโน้มที่จะมีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามกลไกตลาด



นอกจากนี้ Nick Szabo นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และนักถอดรหัส ยังพูดถึงความหายากในเชิงของมูลค่าที่ไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ (Unforgeable costliness) นอกจากทรัพยากรที่ขึ้นชื่อว่าหายากจะมีมูลค่าสูงเพราะมันมีปริมาณที่น้อย และมีประวัติศาสตร์ที่เหลือเชื่อแล้ว ยังมีความยากในการสร้างมันขึ้นมาใหม่ เนื่องจากต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง จึงเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญที่ยิ่งทำให้มันหายากและมีมูลค่า ตามมุมมองนี้ บิตคอยน์จึงถือได้ว่าเป็นสินทรัพย์หายากประเภทหนึ่งเช่นกัน เนื่องจากมีมูลค่าที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ เพราะมีค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูง ซึ่งในที่นี้คือค่าไฟ



แล้วในทางปฏิบัติ ความหายากของบิตคอยน์ ทำให้ราคาของมันสูงขึ้นตามไปด้วยจริงหรือ?



 

โมเดล Stock-to-Flow กับมูลค่าของบิตคอยน์



เพื่อพิสูจน์ว่าความหายากมีความสัมพันธ์กับราคาเหรียญ และเพื่อสร้างโมเดลทำนายราคาที่อิงกับกระบวนการทางสถิติ Plan B จึงมีการคำนวณค่า S2F และเก็บข้อมูลราคาบิตคอยน์ทุกเดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2552 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ทางสถิติ

 

ผลจากการทำแผนภาพการกระจายและวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้น พบความสัมพันธ์ทางบวกระหว่างค่าความหายาก (S2F) และราคาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หรือกล่าวอย่างง่ายคือ ค่าความหายากและราคามีลักษณะสอดคล้องไปในทางเดียวกันแบบไม่บังเอิญ หากค่าความหายากสูง ราคาก็จะสูงตามไปด้วย แต่หากค่าความหายากต่ำ ราคาก็จะต่ำไปตาม ๆ กัน ตามรูป โดยที่แกนแนวนอนคือค่าความหายาก และแกนแนวตั้งคือราคาตลาด



รูปภาพ medium



สำหรับการนำมาใช้ทำนายจริง สามารถดูผลลัพธ์ได้จากรูปด้านล่าง เป็นภาพกราฟราคาคาดการณ์ตามโมเดลเทียบกับราคาที่เกิดขึ้นจริง นับตั้งแต่ราคาแรกที่มีการจดบันทึก จนถึงวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2564 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากที่มีการสร้างโมเดลมาแล้ว 2 ปี

จะเห็นได้ว่าราคาที่เกิดขึ้นจริงของบิตคอยน์ค่อนข้างเป็นไปตามที่โมเดลทำนายไว้ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะมีคลาดเคลื่อนบ้างในบางช่วงเวลา แต่โดยภาพรวมเส้นราคาที่เกิดขึ้นจริงก็ยังคงดำเนินไปตามโมเดล และนี่คงเป็นเหตุผลที่โมเดล Bitcoin’s Stock-to-Flow ของ Plan B ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก



รูปภาพ S2F.hamal





ข้อจำกัดของโมเดล Bitcoin’s Stock-to-Flow

ถึงแม้ว่าการนำความหายากของบิตคอยน์มาเป็นตัวแปรหลักในการทำนายราคาจะเป็นจุดเด่นและจุดแข็งของโมเดลนี้ แต่การมีตัวแปรในการทำนายราคาแค่เพียงตัวเดียวก็เป็นจุดอ่อนเช่นกัน เนื่องจากตัวแปรอื่น ๆ ที่ก็มีผลต่อราคาไม่ถูกนำมาใช้ในการคำนวณด้วย เช่น อารมณ์ของนักลงทุน การโจมตีทางโลกไซเบอร์ การเข้ามาแทนที่ของเทคโนโลยีอื่น การเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเหตุการณ์ที่คาดเดาไม่ได้อื่น ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจซื้อขายของนักลงทุน และสามารถทำให้ราคาบิตคอยน์ผันผวนได้มากกว่าที่โมเดลจะสามารถทำนายได้





สรุป



โมเดล Bitcoin’s Stock-to-Flow คือ โมเดลทำนายราคาบิตคอยน์ที่ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างความหายากของบิตคอยน์ หรืออัตราส่วน Stock-to-Flow กับราคาในอดีต เพื่อคาดการณ์อนาคตว่าบิตคอยน์จะมีราคาเท่าไร ภายใต้สมมติฐานว่ายิ่งทรัพยากรหายากเท่าไร ราคาจะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ความหายากของทรัพยากรไม่ใช่ตัวแปรเพียงหนึ่งเดียวที่มีผลต่อราคา ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่โมเดล Bitcoin’s Stock-to-Flow ไม่ได้นำมาใช้ร่วมในการทำนาย นักลงทุนที่สนใจใช้โมเดลนี้ประกอบการตัดสินใจลงทุน จึงควรใช้เครื่องมืออื่น ๆ ควบคู่ไปด้วยเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมที่สุด





อ้างอิง:



Medium , 100trillionusd , coincentral , academy finance , academy.glassnode , wikipedia , benzinga , business insider , WorldGoldCouncil , S2F.hamal

Economy
Terms
Trading

2

บทความล่าสุด
ดูเนื้อหา บทความล่าสุด
logo

2525 อาคารเอฟวายไอ เซ็นเตอร์ ตึก 2 ชั้น 11 ยูนิต 2/1101-2/1107 ถนนพระรามที่4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

02-032-9533

บริษัท

เกี่ยวกับเรา

ข้อตกลงและเงื่อนไข

นโยบายด้านความปลอดภัย

ขอเนื้อหาเพิ่ม & ข้อเสนอแนะ

สแกนเพื่อดาวน์โหลด


© BITKUB LABS CO., LTD. ALL RIGHTS RESERVED